[Review] Fiio E7 และ Sorch Z2
วันนี้จะพามาชม DAC กันนะครับ
เป็น DAC ราคาเริ่มต้นในตลาดเมืองไทยเท่าที่จะพอหาซื้อกันง่ายๆ
และที่สำคัญตัวต้องเล็กครับ
หมายตวามว่าจะพกพาไปฟังที่อื่นก็ทำได้ง่ายๆ
เพราะตัวมันเล็กครับ พกพาสะดวก
DAC เท่าที่ผมลองหามาได้ก็จะมี Fiio E7 , Sorch Z2 และสุดท้าย Nuforce uDAC2
ไม่ขอบ่นอะไรมากขอเริ่มที่ DAC-Amp อย่างเจ้า Fiio E7 ก่อนครับ

หน้าตาเรียบๆแบบนี้แหละครับ แต่เป็นตัวเดียวที่เบินมาเรียบร้อยครับ
DAC ตัวนี้อาจจะไม่เข้าประเด็นซักหน่อย แต่ก็ถือว่าเอามาทดสอบให้รู้กันไป

เริ่มจากท้ายกันก่อน
เรียงจากซ้ายไปขวา
- Mini USB
- Fiio Dock
- 3.5mm Input สำหรับ protable player

ด้านข้างมีปุ่ม 4 ปุ่ม เพิ่ม/ลดเสียง , เมนู และ เปิด/ปิด หรือ exit

ส่วนด้านหน้าจะมี port 3.5mm สองช่อง ใช้ต่อหูฟัง2ตัวพร้อมกันได้สบายๆครับ
ใครจะฟังกับกิ๊กกับแฟนก็ตามสะดวกฮะ
ดูหน้าตากันไปแล้วคราวนี้มาฟังเรื่องเสียงกันบ้าง
ก่อนอื่นเลยผมขอพูดถึงเรื่องกำลังขับก่อน
ถ้าใช้เป็นแอมป์หูฟังต้องเร่งวอลุ่มจนสุดถึงจะใช้กับลำโพงคอมได้
แต่ก็ต้องบอกว่ากำลังขับก็ยังน้อยกว่าออนบอร์ดอยู่นิดหน่อย
ตัวเทียบคือRealtek 892 นะครับ
ซึ่งเป็นออนบอร์ดเทพครั บ ผมพึ่งรู้เนื่องจากได้ลอง E7 นี่แหละ
เพราะหลายๆคนที่ใช้แล้วบอกว่า E7 ดีกว่า ออนบอร์ดเยอะมาก
แต่จากการเทสของผม มันให้ผลที่ผิดคาดไปซักหน่อย
มาลองอ่านสิ่งที่ผมเล่ากันดีกว่าครับ แม้ว่าเสียงจาก E7 จะทิ้งออนบอร์ดไม่ขาดก็ตาม
แต่เสียงที่ได้นั้นมีความใสและสะอาดกว่าแต่ไม่มากซักเท่าไหร่
เรื่องของแรงประทะทำได้ดีกว่านิดหน่อย
รายละเอียดถูกดันออกมามากขึ้น แต่ก็ยังมีอาการหลบอยู่บ้าง แต่ก็น้อยกว่าออนบอร์ด
เบสกระชับกว่า จังหวะรัวกระเดื่องทำได้ดีกว่าชัดเจน
มีความเป็นธรรมชาติจากเสียงของเครื่องดนตรีมากกว่าออนบอร์ดอยู่นิดๆหน่อยๆ
เสียงกลางทำได้พอๆกัน
และที่น่าตกใจคือแนวเสียงนั้นเหมือนกันเป๊ะๆเลยทีเดียว
เพียงแต่ E7 จะเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ดีกว่า
เช่นความลื่นไหล สากเสี้ยน ความสงัด สิ่งเหล่านี้ E7 ทำได้ดีกว่าออนบอร์ดครับ

ภาพการทดสอบเข้า E7 ที่เห็นอุปเป็นแท่งๆนั้นคืออุปกรณ์เสริม
สรุปแล้ว ถ้าจะเอามาใช้เป็น DAC ต่อออกลำโพง ง่ายๆสั้นๆ ไม่เหมาะไม่ควรครับ
ดังนั้น E7 จึงเหมาะที่จะเอาไปใช้สำหรับหูฟังอย่างเดียว ไม่ว่าจะใช้กับคอมหรือใช้กับ player ก็ตาม
แต่ด้วยน้ำหนักที่เบา การใช้งานที่ง่าน รวมถึงยังมีแบตเตอร์รี่ในตัว
ทำให้เจ้า E7 มีความเอกนประสงค์น่าใช้งานในการพกพาเป็นอย่างยิ่งครับ
แต่สำหรับใครที่มีเข้า Fiio E7 อยู่แล้ว
แต่อยากใช้เป็น DAC แน่นอนว่าเสียบเจ้านี่ได้เลย

แล้วต่อเข้าลำโพงจากช่อง line out แบบนี้
คุณภาพเสียงที่ได้ แทบไม่ต่างอะไรจากเดิมเลย
เหมือนจะมีความสงัดขึ้น และดูเหมือนว่าสากเสี้ยนจะน้อยลง
เพราะไม่ได้ผ่านภาคแอมป์ของเจ้า E7 แต่นั้นก็ยังทำให้ผมปลื้มเจ้าตัวนี้ไม่ลง
เพียงแต่มันมีดีสำหรับท่านที่มี E7 อยู่แล้วแต่ต้องการ DAC ซักตว
ก็หาเจ้านี่มาเสียบแล้วใช้ได้เลย เพื่อที่จะใช้กับลำโพงตัวโปรดของท่าน
มาลองกับภาคหูฟังบ้าง เพราะอ่านรีวิวจากหลายสำนักบอกว่าเสียงดีกว่า onboard พอสมควร
หลังหยิบมาใช้กับหูฟังตัวเดียวที่มีคือ Sony E-888
ผลคือมันต่างกับ onboard เยอะขึ้นพอสมควรครับ
ดังนั้นหากใครจะสนใจเจ้า E7 นั่นผมต้องบอกไว้ก่อนว่า มันมีไว้สำหรับคอหูฟังครับ
บทสรุปยังเหมือนเดิมครับ E7 เหมาะแก่การพกพาจริงๆ
และคุ้มค่าสำรับท่านที่ต้องการจะใช้งานกับหูฟัง
บทสรุปของบทสรุปอีกที งงไหมครับ
จากการทดสอบครั้งนี้ได้ผลค่อนข้างชัดเจนว่าการจะเล่นหูฟัง
ในงบประหยัดเล่น DAC-Amp จะเหมาะกว่า
แต่หากจะเล่นลำโพง DAC Pure ก็จะเหมาะกว่าเช่นกันครับ
ส่วน DAC-Amp รุ่นใหญ่ขึ้น จำพวกที่มี line-Out
เป็น RCA สำหรับใช้เชื่อมต่อกับภาคขยาย จากเท่าที่เคยลองได้พบว่า
สามารถใช้กับลำโพงทั่วไปได้แบบไม่มีติดขัด
น่าเสียดายเจ้า Fiio E7 นิดๆที่ทำในส่วนนี้ไม่ได้ มันต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม
ถ้าทำในส่วน line-Out ได้ และถ้าพัฒนาความสามารถในภาค DAC
ขึ้นไปอีกได้ให้หนีห่างจาก onboard สำหรับการใช้กับลำโพงทั่วไปแล้ว
ผมว่าถ้า Fiio แก้ไขในจุดนี้ได้ DAC-Amp รุ่นประหยัดตัวต่อไปของ Fiio
น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของคนหลายคน มาถึงตรงนี้ก็ต้องขอฝากทาง Fiio ไว้ว่า
หากไม่เร่งพัฒนาต่อไปอาจจะโดนออนบอร์ดแซงก็เป็นได้นะครับ
จบภาคแรก ตัวต่อไปคือ Z2 นะครับ
--------------------------------
ทีนี้มาถึง Z2 บ้าง
ผมได้ทำการหยิบยืม DAC Z2 จากทางผู้ผลิตมา โดยทางผู้ผลิตใจดีมาก ส่งตัวใหม่มาให้เลย
ผมเลยเกิดอาการอยากจะร้องไห้ครับ เพราะผมไม่มีเวลามาเบิน
เลยต้องเทสแห้งๆ ผลที่ได้ก็คงคลาดเคลื่อนกันไป
แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณทางผู้ผลิตมากครับที่ให้ผมได้มีโอกาสหยิบยืมของดีๆสวยๆงามๆ
อุปกรณ์ที่มีให้มามีดังนี้

DAC ในซองหนังเนื้อนิ่ม , Adapter , สาย USB และสุดท้ายคือ opamp ที่มา option ให้เลือกซื้อเพิ่ม

หลายๆท่านคงสงสัยว่าเป็นเบอร์ไหน ส่องได้เลยจ้า นั่นคือ LME49720HA นี่เองครับ

ไหนๆจะซื้อเพิ่มแล้วทางผู้ผลิตเลยจัดการยัดใส่ adapter มาให้เสร็จสรรพ จะได้ไม่ต้องตามหากันให้วุ่นวาย


Adapter แบบ Universal และ ตัว DAC ในซองหนัง


USB หัวท้ายชุดทองแปะ logo Sorch
ดูอุปกรณ์กันไปแล้ว ทีนี้มาดูตัว DAC กันบ้าง


เห็นไหมครับว่าออกแบบได้สวยมากๆ สีสันสดใส


OPA และ Ship DAC เบอร์อะไร ส่องกันได้เลยจ้า


Port ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งผมไม่รู้จะเรียกด้านไหนว่าหน้า
ด้านไหนว่าหลังดี มึนๆเหมือนกันครับ >.<

ลองสังเกตุดูจะพบว่าเป็น Version 1.1
ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่า 1.1 แตกต่างกับ 1.0 อย่างไร
แต่ที่แน่ๆไม่ได้ออกบ่อยๆเหมือน foobar แน่ๆครับ


ด้านล่างมีแปะยางกันเสมือนมาให้ โดยมีลักษณะนูน และมีความนิ่มพอสมควร

เมื่อเปิดสวิชจะมีไฟสีฟ้าติดขึ้นมา
จริงๆถ้าเสียบสาย USB จะมีไฟสีขาวขึ้นบริเวณใกล้ๆ port USB แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้
ทีนี้ DAC ตัวนี้น่าสนใจยังไง
DAC ตัวนี้น่าสนใจเพราะว่าเป็น DAC ฝีมือคนไทย เป็นDAC สัญญาชาติไทย
เรื่องเสียงต้องบอกว่าก้าวกระโดดจากออนบอร์ดมากๆครับ
DAC ตัวนี้หลังลองกับเจ้า T20 แล้ว ผลออกมาก็คือ ลดความห้าวของ T20 ลงไปได้เยอะมาก
เสียงเครื่องดนครีประเภท percussion ทำได้เสมือนจริงขึ้นมากๆ
เวทีเสียงกว้างมากขึ้นนิดหน่อย หางเสียงจากที่เคยกุดๆนั้นกลายเป็นหางเสียงที่ทอดยาว
ทำให้น่าฟังยิ่งนัก ความสงัดความเงียบทำให้เกิดบรรยากาศในการฟังที่ดี
เบสลงได้ลึกขึ้นและมี้นำหนักมากขึ้น เสียงกลางที่เคยกระโชกโฮกฮากก็กลับมาสุขุมมาขึ้น
พูดจากันดีๆก็รู้เรื่อง DAC ตัวนี้ค่อนข้างคัลเลอร์นิดๆนะครับ
เสียงร้องโอเปร่าจะมีเสียงร้องก้องๆออกมาเบาๆหลังจากหางเสียงที่ทอดยาว
ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในฮอลที่แสดงสดมากขึ้น
แต่เรื่องการแยกแยะชิ้นดนตรีก็ยังทำได้ไม่ดีเหมือนเดิม
แต่ในความคิดของผมคงโยนความผิดในเรื่องนี้ให้เจ้า T20 ไปครับ
สายสัญญาณผมใช้สายที่ธรรมดาหน่อยนะครับ ใช่สายรุ่นสูงๆเดี๋ยวมันจะกลายเป็นผมช่วยอวยเจ้า Z2
ผมว่าเจ้านี่คุ้มค่าคุ้มราคามาก แต่ข้อเสียก็ยังมีอยู่บ้างเช่นขั้ว RCA ยึดมาไม่แข็งแรงพอ ถ้าเสียบไม่ดี
ลายทองแดงที่แผ่น PCB อาจจะหลุดออกตามมาได้
หรือขามันอาจจะหักได้ การออกแบบหน้าตาทำได้ดีครับ
แต่ข้อเสียคือการใช้อะคลิลิคนี่แหละครับ ทำให้อาจจะเป็นรอยขนแมวได้ในการใช้งานระยะยาว
ในความเห็นส่วนตัวสิ่งที่ผมไม่ชอบก็คือ การเสียบสายมันอยู่สองด้าน คือด้านหน้าและด้านหลัง
ถ้าทำให้อยู่ด้านเดียวกันได้ทั้งหมดจะเป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ เพราะเวลาตั้งบนโต๊ะจะได้ตั้งได้สวยๆ
แต่ต้องยอมรับว่าการออกแบบและการเลือกใช้สีสันต่างๆผมว่าทำได้ดูดีมาก
ว่ากันไปจนเกือบจบแล้ว ทีนี้มาดูกันต่อดีกว่าว่า LME ที่ทางผู้ผลิตเลือกมาให้เปลี่ยนนั้นมีดีแค่ไหน
และถ้าเปลี่ยนแล้วจะเป็นอย่างไร (รอตอนหน้าครับ เนื่องจากผมไม่มีประแจที่เอาไว้เปลี่ยนเจ้า LME ครับ )
------------------------
หลังจากเปลี่ยน op-amp ให้เป็น LME สิ่งที่ชัดเจนคือ น้ำเสียงจะอื่มขึ้นมีน้ำมีนวลมากขึ้นจากเดิมที่จะโปร่งๆหน่อย
โทนเสียง opa ตัวเดินๆอาจจะมีติดดาร์ดบ้างเล็กน้อย แต่กับตัวใหม่นั้นไม่มีให้เห็นเลย
เรื่องไดนามิคทำได้ดีกว่า op-amp ตัวเก่าเยอะพอสมควรทีเดียวครับ
เสียงสูงก็มีการดีดตัวออกมาจากลำโพงมากกว่าเดิม
เรื่องการแยกชิ้นดนตรี ดูแล้วไม่เปลี่ยนแปลง ผมว่าเจ้า T20 นี่แหละทำให้มันได้แค่นี้
ไว้ต้องส่งไปโมซะแล้ว แต่เรื่องเบสน้อยลงไปจริงๆ หัวตัวโน๊ตมีความนุ่มนวลมากขึ้น
เรียงว่าเปลี่ยนแนวไปเลยครับ จากโปร่งเป็นนุ่มนวล
ความสมจริงของเครื่องดนตรีทำได้ดีมากกว่า op-amp ตัวเดิม อบอุ่มขึ้นมากจริงๆครับ
แถมความสะอาดของเสียงก็ทำได้ดีกว่า ผมว่าเจ้า Z2 นี่น่าสนใจมากครับ
หากท่านซื้อไป เพียงมีประแจหนึ่งอัน ก็สามารถเปลี่ยนแนวเสียงได้ตามใจชอบ
หยิบประแจมา เปิดฝาบนออก ดึงออก เสียบเข้า จบแล้วจ้า
เปลี่ยนแนวเสียงไปเลย ซื้อ 1 เหมือนได้ 2 อารมณ์เหมือนเสี่ยงเจ๊ง
ที่ใช้ภาคปรีได้ทั้ง solid และ หลอด เปลี่ยนแนวเสียงได้แค่สับสวิช
แต่ Z2 เปลี่ยนแนวเสียงได้ด้วยการเปลี่ยน op-amp ง่ายๆ
สำหรับการเปลี่ยน op-amp ของ Z2 ดูง่ายๆครับ ดูตามรูปเลยครับ
ตรงฐานของ op-amp จะมีวงกลมเล็กๆสีขาวๆอยู่บริเวณหัวมุม

ซึ่งเวลาจะเปลี่ยนให้ยึดตำแหน่งนั้น และนำ op-amp อีกตัวมา โดยยึดวงกลมแบบเดียวกันไว้
ทำการเปลี่ยนโดยให้วงกลมอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน
นอกจากนั้นแล้ว เรื่องแรงประทะหลังจากเปลี่ยนเป็น LME ก็ยังทำได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย
ความอบอุ่นนุ่มละมุนมีเพิ่มมากขึ้น ขอสรุปสั้นๆละกันครับว่าการเปลี่ยน op-amp จะทำให้ฟังได้ผ่อนคลายขึ้น จะดีขึ้นในเกือบทุกๆด้านเลยทีเดียว แต่หากท่านชอบแบบดั้งเดิมก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไร
แต่ผมต้องบอกว่าสำหรับผมชอบเจ้า opamp ตัว LME มากกว่า เนื่องจากเข้าทางผมเต็มๆ
มาดู op-amp ทั้งสองตัวกันชัดๆกันอีกรอบ

op-amp ตัวดั้งเดิม
ลองสังเกตุดูจะเห็นวงกลสีดำๆใกล้ๆเลข 7
นั้นคือตำแหน่งดังกล่าว ถ้าจะเปลี่ยนให้ยึดตำแหน่งนั้นครับ

op-amp รหัส LME ตัวนี้ถ้าอยากได้ต้องซื้อเพิ่มเป็น option แต่ก็คุ้มค่าอยู่ครับ
ก่อนจากกันขอฝากไว้ซักนิด หากท่านกำลังเลือก DAC ซักตัวไว้ฟังเพลง ในงบที่ไม่มาก
ผมว่า Z2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งทีเดียวครับ
เสียดายที่การต่อสายต่างๆทำให้ใช้งานได้ลำบากขึ้น
และไม่ค่อยเหมาะกับการวางโชว์หน้าตาอันสวยงาม และอะคลิลิคที่จะเป็นรอยขนแมวได้ง่าย
แต่หากวันกันด้วยเรื่องเสียงและออฟชั่นที่มี op-amp ให้เปลี่ยนเลย
ต้องบอกไว้ก่อนว่า คุ้มค่าคุ้มราคามากครับ
DAC ไทยยังมีให้เลือกอีกสองเจ้าซึ่งคือคุณ timesniper
และ Headphoneguru นะครับลองดูไว้เป็นตัวเลือกก็ไม่เลว
สุดท้ายก็ต้องลาจากกัน ไว้ uDAC2 ได้ของเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังกันอีกจ้า
วันนี้ขอตัวไปแพ็ค Z2 เตรียมส่งคืนก่อนละครับ ไว้เจอกันคราวหน้าจ้า
--------------
กระทู้ดั้งเดิมรีวิวไว้ที่




